คอลัมน์…จับได้ไล่ทัน
โดย…ส.วิภาวดี

สำหรับนักวิเคราะห์ที่ติดตามเล่ห์จิ้งจอกมหาอำนาจจอมอันธพาลโลกอย่างพญาอินทรีย์สหรัฐอเมริกามาตลอดจะไม่รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อยและเป็นไปตามความคาดหมายเมื่อมหาอำนาจจอมอันธพาลโลกแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมาคงอันดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยอยู่ที่เทียร์3หรืออยู่ในอันดับต่ำสุดโดยอ้างว่าไทยยังไม่ใช้ความพยายามเพียงพอในการแก้ปัญหา ซึ่งผลการคงเทียร์ 3 ดังกล่าวเปิดทางให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของมหาอำนาจสหรัฐฯตัดสินใจว่าจะดำเนินการมาตรการคว่ำบาตรเพื่อลงโทษไทยหรือไม่ภายในเวลา 90 วัน ซึ่งการคงอันดับการค้ามนุษย์ของไทยอยู่ที่เทียร์ 3 ของพี่เบิ้มจอมอันธพาลโลกดังกล่าวสะท้อนถึงเกมการเมืองของสหรัฐฯที่มุ่งบ่อนทำลายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อปฏิรูปประเทศภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯประกาศการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยอยู่ในอันดับเทียร์ 3 มาแล้วครั้งหนึ่งทันทีหลังคสช.เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลทางการเมืองอันเป็นการส่งสัญญาณกดดันคณะรัฐประหารของไทย ขณะเดียวกันสหรัฐฯก็แสดงท่าทีให้ท้ายสนับสนุนการเคลื่อนไหวขบวนการเครือข่ายระบอบทักษิณทั้งหลายมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถึงขนาดนางคริสตี้ เคนนี่ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดภาคอีสานในช่วงเวลาที่มวลมหาประชาชน กปปส.ออกมาขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด

หลังการยึดอำนาจของคสช.มีการจัดระเบียบประเทศขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นและสิ่งเลวร้ายต่างๆรวมทั้งกวาดล้างการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาดจริงจังจนผลงานปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนโดยมีการจับกุมดำเนินคดีนักการเมืองผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงโดยเฉพาะนายตำรวจและนายทหารระดับสูงจำนวนมากแม้แต่นายทหารยศสูงถึงพลโทก็ถูกจับกุมดำเนินคดีซึ่งไม่เคยมีในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดไหนกล้าทำมาก่อน ขณะที่การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง แต่ 1ปีผ่านไปมหาอำนาจสหรัฐฯกลับแกล้งมองไม่เห็นโดยยังคงอันดับไทยอยู่ที่เทียร์ 3 ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิงอันแสดงให้เห็นเจตนาทางการเมืองที่มุ่งบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ หวังให้พ้นจากอำนาจโดยเร็วที่สุดเพื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่อันจะเป็นโอกาสให้พรรคการเมืองระบอบทักษิณกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศ

ที่ผ่านมามหาอำนาจสหรัฐฯจอมอันธพาลโลกสมคบกับระบอบทักษิณเพื่อแผนการและผลประโยชน์ร่วมกันกล่าวคือ ระบอบทักษิณยอมขายชาติเป็นทาสรับใช้มหาอำนาจสหรัฐฯเพื่อแลกกับการปกป้องและสนับสนุนทางการเมืองในทุกด้านอย่างเต็มที่จากมหาอำนาจจอมอันธพาลโลก ขณะที่มหาอำนาจสหรัฐฯต้องการให้พรรคระบอบทักษิณเป็นรัฐบาลเพื่อยอมให้มหาอำนาจสหรัฐฯใช้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการแผ่ขยายอิทธิพลความเป็นจอมอันธพาลโลกในภูมิภาคเอเซีย-แปฟิคเพื่อคานอำนาจกับสองชาติมหาอำนาจพันธมิตรฝ่ายตรงข้ามคือจีนและรัสเซียที่นับวันจะแข็งแกร่งแซงหน้ามหาอำนาจสหรัฐฯมากขึ้นทุกขณะ

การคงอันดับเทียร์ 3 ต่อคสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ครั้งติดต่อกันยังเป็นการส่งสัญญาณสั่งสอนและกดดันคสช.และรัฐบาลไทยที่ช่วงหลังกระชับความสัมพันธุ์กับจีนและรัสเซียแนบแน่นมากขึ้น

พิรุธอีกประการหนึ่งที่สะท้อนความไร้มาตรฐานและใช้อำนาจความเป็นจอมอันธพาลโลกตามอำเภอใจของสหรัฐฯก็คือกรณีของมาเลเซียและคิวบาที่เดิมอันดับการค้ามนุษย์อยู่ที่เทียร์ 3 เหมือนไทย แต่มาเลเซียและคิวบายอมทำตามความต้องการของสหรัฐฯจึงได้เลื่อนอันดับขึ้นไปอยู่เทียร์ 2 คือแค่ถูกเฝ้าจับตาเท่านั้นทั้งๆที่สองประเทศดังกล่าวแทบจะไม่มีผลงานการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เหมือนอย่างไทย

ธาตุแท้ของมหาอำนาจสหรัฐฯจอมอันธพาลโลกนั้นพร้อมสนับสนุนผู้นำรัฐบาลทรราชย์ในประเทศต่างๆทั่วโลกไม่ว่าจะชั่วช้าเพียงใดหากยอมเป็นทาสรับใช้สหรัฐฯ และขณะที่หน้าฉากสหรัฐฯมักอ้างอุดมการณ์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน แต่หลังฉากมหาอำนาจจอมอันธพาลโลกกลับอยู่เบื้องหลังสนับสนุนการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในหลายประเทศ อาทิ อียิปต์ ยูเครน ฯลฯ แล้วหนุนหลังผู้นำทรราชย์ในประเทศนั้นขึ้นเป็นผู้นำหุ่นเชิดทาสรับใช้สหรัฐฯ อีกทั้งจากประวัติศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นธาตุแท้ของมหาอำนาจสหรัฐฯว่าเป็นจอมอันธพาลโลกที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโหดเหี้ยมด้วยการก่อสงครามเข่นฆ่าประชาชนในประเทศต่างๆมาแล้วมากมาย และใช้วิธีการอันอำมหิตกับใครก็ตามซึ่งถูกมองว่าเป็นศัตรูของมหาอำนาจสหรัฐฯ

นอกจากการมุ่งบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลไทยโดยมหาอำนาจสหรัฐฯซึ่งเป็นพี่เบิ้มของขบวนการอันธพาลโลกแล้ว ยังมีชาติตะวันตก รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษย์ชนขององค์กรสหประชาชาติตลอดจนสื่อตะวันตกที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจสหรัฐฯหรือเป็นพันธมิตร ร่วมขบวนการคือประชาคมยุโรป(อียู) โดยเฉพาะอังกฤษ ซึ่งจะสังเกตุเห็นว่า ที่ผ่านมาเมื่อพี่เบิ้มสหรัฐฯออกมาแถลงบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลไทย ขบวนการพันธมิตรมหาอำนาจสหรัฐฯจะดาหน้าออกมาร่วมผสมโรงทันที

จึงไม่น่าแปลกใจที่ล่าสุด นายเดวิด คาเมรอน นายกฯอังกฤษ จงใจเดินสายเยือนชาติในอาเซียนหลายประเทศ แต่จงใจยกเว้นประเทศไทยอันสะท้อนเกมผสมโรงร่วมกับพี่เบิ้มสหรัฐฯเพื่อบ่อนทำลายความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของคสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

จากประวัติศาสตร์นั้นไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยมายาวนานแค่ไหน แต่อังกฤษไม่เคยเปลี่ยนธาตุแท้สันดานที่แท้จริงความเป็นอันธพาลและนักล่าอาณานิคมที่ยังฝังอยู่ในสายเลือด

สถานการณ์ที่ต้องจับตาจากนี้เป็นต้นไปก็คือสหรัฐฯมหาอำนาจจอมอันธพาลโลกและเหล่าพันธมิตรจะยกระดับการบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นทุกขณะเพื่อให้พ้นจากอำนาจโดยเร็วที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงแผนปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่เพื่อขจัดวงจรอุบาทว์ของธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจะล้มเหลวเสียของสิ้นเชิง ขณะที่การเมืองอันชั่วร้ายโดยระบอบทักษิณจะฟื้นคืนชีพกลับมาทำร้ายประเทศอีก

ดังนั้นไทยทั้งแผ่นดินต้องไม่ยอมให้ขบวนการมหาอำนาจจอมพันธพาลโลกที่นำโดยสหรัฐฯกลั่นแกล้งรังแกตามอำเภอใจ แต่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศและพร้อมตอบโต้เหล่ามหาอำนาจจอมอันธพาลทุกรูปแบบโดยเบื้องต้นด้วยอาจพร้อมใจเลิกใช้สินค้าทุกประเภทของชาติตะวันตก ขณะเดียวกันต้องช่วยกันเปิดโปงแผนอันชั่วร้ายของขบวนการอันธพาลโลกรวมทั้งกลุ่มคนไทยที่ยอมขายชาติเป็นทาสรับใช้ต่างชาติชักศึกเผาแผ่นดินเกิดเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่ตัวเองได้

ที่มา http://www.naewna.com/columnonline/19782