อเมริกัน ผู้แสวงหาความขัดแย้ง :ปราชญ์ สามสี

ขอบคุณ เฟสบุ๊ก แฟนเพจ ปราชญ์ สามสี

จับตาความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ของเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยคนใหม่ชื่อ(กลิน เดวียส์) กับท่าทีของสหรัฐกับการหาแนวร่วมใหม่ๆ แซะราชอาณาจักรไทย

จากการเคลื่อนไหวของ นายกลิน เดวียส์ เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 นับเป็นการเคลื่อนไหว ที่ กระตุ้นต่อมรักชาติและปกป้องราชบัลลังค์อย่างมาก เพราะ นายกลิน ออกตัวแรง “แซะรอยร้าวประเด็น ม.112″ จนหลุดลบหลู่เรื่อง กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะ กฏหมายซึ่งปกป้องสถาบันฯอันเป็นประมุขสูงสุดของประเทศ จนคนไทยทั่วประเทศ รุมจวกพร้อมกันกว่า 44 จังหวัด และยังทะยอยอัดอยู่เรื่อยๆตลอดทั้งปลายปี 2558

ขึ่้นปีใหม่2559 ผ่านไปไม่นาน นายกลิน เดวียส์ลงพื้นที่ แสวงหาความขัดแย้งอีกครั้ง โดยเฉพาะ การออกลงพื้นที่หาคะแนนนิยมโดยการพบผู้นำชุมชนต่างๆในภาคใต้ของประเทศไทย โดยอ้างว่า”สหรัฐแคร์คนไทย” ในช่วงเวลาที่ ประเทศไทยกำลังประสบกับ”ราคายางตกต่ำ” การเยือนครั้งนั้นแม้ว่า ไม่ได้ปรากฎในสื่อหลักมากนักแต่ก็ถือว่ามีนัยยะอยู่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ทางนายกรัฐมนตรี ประยุทธ จันทรโอชา เริ่มเดินเครื่องแก้ปัญหา ราคายางด้วยการ นำหน่วยงานราชการและทหาร ดึงศักยภาพของยาง กลายเป็นสิ่งค้าครอบจักรวาล เช่น ผลิต หมอน เตียง จนไปถึงการใช้ยางพาราปูเคลือบผิวบ่อน้ำกันซึม และการใช้ยางพาราทำถนน เป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหาทำให้ ความขัดแย้งระหว่างชาวสวนยางภาคใต้กับรัฐบาลที่เรื้อรังมาตั้งแต่รัฐบาลสมัยที่แล้ว ทุเลาลง

ล่าสุด นายกลิน เดวียส์ ก็ไปตามหา รอยแตกแห่งใหม่โดยเข้าพบ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นการส่วนตัว เพื่อปรึกษาแนวโน้ม ในการ”ปฏิรูปทหาร”อันเป็นพื้นฐานอำนาจของ คสช. โดยกระแสนี้เกิดขึ้นจากประเด็นความขัดแย้งทางไซเบอร์ อันเกิดจาก วาทะกรรม#ทหารมีไว้ทำไม ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัย เชียงใหม่

นิธิ เอียวศรีวงศ์ คือใคร? ทำไม สหรัฐต้องสนใจ? นิธิ เอียวศรีวงศ์เป็นหนึ่งในสมาชิก ของ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และ เป็นแกนนำคนสำคัญของ ร่วมกับ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ในกลุ่ม ครก.112 ซึ่งสนับสนุนในการยกเลิก มาตรา 112 ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ สมาชิก ครก.112 บางคนได้หลบหนีไปอยู่ในต่างประเทศ และประกาศ ตั้งกลุ่ม หวังปลี่ยนประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐอยู่ เช่น นาง สุดา รังกุพันธุ์ ที่มัก ทำคลิปหมิ่นฯโชวทางยูทูป บ่อยครั้ง

งานนี้ การเคลื่อนไหวของ ของ นายกลิน เดวียส์ มีนัยยะสำคัญมากในการรวมกลุ่ม คนไม่เอาคสช. และคนไม่เอาสถาบันฯ เพื่อการผลักดัน ในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหม่ หลังจากที่ความพยายามในการโค่นล้ม คสช. ด้วยพลังมวลชน “สามนิ้ว”ตั้งแต่ปี 2557 แต่กลับประสบความล้มเหลว … เพราะฉะนั้น ประชาชนจะต้องจับตาอย่างไกล้ชิด