หลายคนเข้าใจผิดว่าคดีทุจริตคอร์รัปชั่นที่จะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้เป็นคดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร ในข้อเท็จจริงแล้ว การดำเนินคดีทุกคดีต้องผ่านกระบวนการศาลยุติธรรม มีองค์คณะผู้พิพากษาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติรัฐประหาร หลายคดีใช้เวลาในการพิจารณานานมากจนเพิ่งมาตัดสินในสมัยรัฐบาลนี้ด้วยซ้ำไป หลายคดียังไม่ได้เริ่มพิจารณาคดีเพราะผู้ต้องหาหลบหนี ถ้าผู้ต้องหาเหล่านี้ (ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับพรรครัฐบาลปัจจุบัน) เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเองก็สามารถกลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมได้

สาเหตุที่ทำให้คดีทุจริตคอร์รัปชั่นดูเป็นคดีการเมืองก็เพราะแทบทุกคดีมีนักการเมืองเป็นจำเลย จึงไม่น่าแปลกใจที่นักการเมืองเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรจึงร่วมแรงร่วมใจกันผ่านกฎหมายฉบับนี้ (เพื่อผลประโยชน์ของพวกตน) โดยไม่ฟังเสียงของสังคม

วันนี้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยรุนแรงมาก ถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้วคงไม่มีใครคิดว่าจะรุนแรงได้ถึงเพียงนี้ ไม่มีใครคิดว่านักการเมืองและผู้มีอำนาจรัฐจะขาดหิริโอตตัปปะ ไร้ยางอาย บริหารบ้านเมืองแบบโกหก หลอกลวง แกล้งไม่รู้เรื่อง และจงใจสร้างความเสียหายให้แก่ส่วนรวมเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยไม่คิดถึงอนาคตระยะยาวของประเทศ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้รุนแรงขึ้นในระดับรัฐบาลเท่านั้น แต่ได้กระจายลงไปตามหน่วยงานราชการระดับล่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย สำรวจความเห็นนักธุรกิจกี่ครั้งก็เห็นตรงกันว่าอัตราการจ่ายเงินใต้โต๊ะในปัจจุบันสูงเป็นประวัติการณ์ และสูงเกินกว่าความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจปกติด้วย

นอกจากนี้ ค่าครองชีพของเราจะสูงขึ้น ของทุกอย่างจะมีราคาแพงขึ้นเพราะต้องบวกเปอร์เซ็นต์ที่ต้องจ่ายเบี้ยใบ้รายทาง คุณภาพของบริการสาธารณะจะตกต่ำ ถนนหนทางจะพังเร็ว เพราะคนที่ประมูลได้สัมปทานหรือโครงการของรัฐไม่ได้แข่งขันกันด้วยความสามารถแต่แข่งขันกันด้วยอัตราการจ่ายเงินทอนให้ผู้มีอำนาจ

ความฝันที่จะได้รถไฟความเร็วสูงอาจเป็นเพียงรถไฟความเลวสูง ระบบการบริหารจัดการน้ำอาจเป็นเพียงระบบบริหารการกินตามน้ำ และโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดจะกลายเป็นโครงการทำลายข้าวทุกเม็ด ภาระภาษีของคนไทยจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะรายจ่ายของรัฐบาลจะรั่วไหลมาก และที่สำคัญ คนไทยและธุรกิจไทยที่มีความสามารถจะไม่อยู่เมืองไทย ธุรกิจต่างชาติที่เคยมาลงทุนในเมืองไทยก็จะหันไปประเทศอื่น เศรษฐกิจไทยจะตกต่ำลงเรื่อยๆ ในขณะที่คุณภาพชีวิตและความมั่นคงในชีวิตของคนไทยจะแย่ลง และเงินออมของเราที่สะสมกันมาตลอดชีวิตจะมีค่าน้อยลงมากในอนาคต

ถ้าเราปล่อยให้การทุจริตคอร์รัปชั่นดึงประเทศไทยลงเหวไปเรื่อยๆ แล้วจะดึงกลับคืนได้ยาก คุณภาพของสังคมและเศรษฐกิจจะเสื่อมลงเร็ว

วันนี้กระแสต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้นได้จุดติดในกลุ่มคนเมืองแล้ว โจทย์สำคัญคือเราจะแปลงกระแสต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไร และทำอย่างไรกระแสเหล่านี้จึงจะกระจายไปทั่วประเทศ สู่คนกลุ่มอื่นๆ ในสังคมไทยที่ยังนิ่งเฉยอยู่ หรือมองเพียงว่าเรื่องนี้เป็นแค่การต่อสู้ทางการเมือง

ถึงเวลาแล้วที่บริษัทใหญ่ๆ และนักธุรกิจชั้นนำ จะต้องออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างเป็นรูปธรรม หยุดจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่ผู้มีอำนาจรัฐ โดยไม่คำนึงว่าจะเสียโอกาสทางธุรกิจ จะต้องเป็นผู้นำเร่งสร้างความเข้าใจในหมู่พนักงานของตนและประชาชนในวงกว้างถึงผลเสียจากการทุจริตคอร์รัปชั่น พระสงฆ์จะต้องร่วมกันแสดงจุดยืนต่อต้านโกงทุกรูปแบบ หยุดทำสังฆกรรมกับคนโกง ครูบาอาจารย์จะต้องสร้างค่านิยมที่ถูกต้องในสังคมและสอนให้เด็กปฏิเสธการโกง พ่อแม่จะต้องเร่งสอนลูกหลานให้เห็นถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชั่น และคนไทยทุกคนจะต้องต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างเป็นรูปธรรม

คนทุจริตคนโกงแม้ว่าจะคนเป็นส่วนน้อยของประเทศ แต่เขาโกงได้สำเร็จและสามารถทำลายประเทศได้ เพราะเขาคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะหาทางโกงได้อย่างไร จะโกงอย่างไรไม่ให้ถูกจับได้ หรือถ้าถูกจับได้แล้วจะหาทางหลุดรอดไม่ต้องรับโทษได้อย่างไร ส่วนคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่โกงไม่ทุจริตมักจะทำดีต่อสังคมในเวลาที่ตนเองว่าง หรือก็ต่อเมื่อการกระทำของตนไม่สร้างศัตรู (โดยเฉพาะศัตรูเป็นผู้มีอำนาจ)

คนทุจริตคนโกงเข้าใจนิสัยของคนส่วนใหญ่ข้อนี้ดีจึงรุกคืบไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะยึดประเทศให้สามารถโกงได้แบบเบ็ดเสร็จ

ถึงเวลาแล้วครับที่คนไทยต้องถามตัวเองว่าเราอยู่ในประเทศไทยหรือประเทศใคร

อย่าปล่อยให้กระแสต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมเลือนหายไป เราต้องสานต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศของใครคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะพวกคนโกง (ที่จะเอาผลประโยชน์จากการทุจริตคอร์รัปชั่นมายึดประเทศต่อไป)

และนี่คือจุดยืนทางความคิดต่อนักการเมืองโกงเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรมตั้งแต่ครั้งนั้นของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ของเราครับ

หลายคนสงสัยอย่างที่นายกฯลุงตู่สงสัยก็คือ ทำไมบรรดาสาวกเพื่อแม้วทั้งหลายโดยเฉพาะแกนนำกลุ่มเสื้อแดง อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานเสื้อแดง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการเสื้อแดง ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานเสื้อแดง ถึงออกอาการร้อนตัวดาหน้าออกมาปัดพัลวันว่าไม่รู้จักนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือ ยงยุทธพบแก้ว แดงฮาร์ดคอร์ที่ถูกออกหมายจับฐานพัวพันเหตุระเบิดอำมหิตที่แยกราชประสงค์ รวมทั้งล่าสุดไม่รู้ไม่เห็นกรณีนายบุญเฉลียว ดุษฎี ที่มีข่าวว่าเคยเป็นทนายประกันตัวนายอ๊อด และที่สำคัญคือนายบุญเฉลียวเคยทำคดีให้กับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร(ชินวัตร) หรือคุณหญิงอ้อ และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก

นายบุญเฉลียว นั้นตามข่าวระบุว่าเคยประกันตัวนายอ๊อด ด้วยเงิน 40,000 บาท ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงเหตุการณ์ก่อการร้ายเผาเมืองปี 2553 คำถามก็คือใครให้ นายบุญเฉลียว มาประกันตัว นายอ๊อดซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังแดงฮาร์ดคอร์ แต่ที่แน่ๆ คือ เกี่ยวข้องกับแก๊งแดงภายใต้ระบอบแม้ว

ประเด็นสำคัญอยู่ที่รายงานข่าวที่ว่า นายบุญเฉลียวผู้นี้เคยรับมอบอำนาจจาก คุณหญิงอ้อ ที่ได้รับมอบอำนาจจาก ทักษิณ อีกทอดเพื่อยื่นฟ้อง นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และพวก กรณีที่คตส.ชี้มูลความผิดทักษิณ และ คุณหญิงอ้อ คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก

นายบุญเฉลียว คนนี้ยังเป็นทนายให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด น้องสาวของ ทักษิณ กรณีรัฐบาลยิ่งลักษณ์จ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2548-2553 ทั้งๆ ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ นอกจากนี้นายบุญเฉลียว ยังเป็นทนายให้แกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทยในหลายคดี

การที่นายบุญเฉลียวเป็นทนายให้ทั้งนายอ๊อด ทักษิณ คุณหญิงอ้อ ยิ่งลักษณ์ และบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญ
พิรุธอีกประการหนึ่งนอกจากอาการเหมือนร้อนตัวของบรรดาสาวกเพื่อแม้วก็คือ การให้สัมภาษณ์ที่ขัดแย้งกันเอง เพราะขณะที่แกนนำแดงหลายคนยืนยันไม่รู้จัก นายอ๊อด และนายบุญเฉลียว แต่ นายคารม พลพรกลางทนายเสื้อแดง กลับยอมรับว่ารู้จัก

นายบุญเฉลียว ดีโดยทราบว่า นายบุญเฉลียว มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการประกันตัวแกนนำเสื้อแดงและคดีของแกนนำพรรคเพื่อไทย

ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ ทนายเสื้อแดงเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดแยกราชประสงค์ถึง 2 คนคือ นายบุญเฉลียว และก่อนหน้านี้คือ นายชูชาติ กันภัย ซึ่งเป็นทนายแก้ต่างให้กับ นายอาเดม คาราดัก มือระเบิดเสื้อเหลือง
เพราะฉะนั้นบรรดาสาวกเพื่อแม้วทั้งหลายอย่าด่วนออกอาการเหมือนกินปูนร้อนท้อง แต่ควรรอให้ฝ่ายตำรวจทำความจริงให้ปรากฏก่อนก็ยังไม่สาย เพราะคดีระเบิดอำมหิตครั้งนี้กำลังถูกสาวลึกเข้าไปเรื่อยๆ ซึ่งจากร่องรอยตัวละครที่ทยอยปรากฏอยู่ในขณะนี้น่าจะพอเห็นโฉมหน้าตัวจอมบงการตัวจริงชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

crเรื่อง@http://www.naewna.com/creative/182201