มากกว่าหนึ่งครั้งที่ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมีย ปูติน ได้เปิดเผยข้อมูลที่สื่อตะวันตกไม่นำมาเผยแพร่ สองเดือนก่อนเขาได้ให้ข้อมูลที่ทำให้สาธารณะมองภาพออกได้ว่า ISIS ได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มชาติตะวันตก และล่าสุดเขาได้พูดอีกครั้งที่ การประชุมสุดยอด G20 ที่ประเทศตุรกี

รายงานจากสำนักข่าว RT News:

[คำพูดของปูตินในระหว่างการประชุม] “ผมได้ยกตัวอย่างจากข้อมูลที่เรามี เกี่ยวกับการเงินของกลุ่ม ISIS เงินจำนวนนี้มาจาก 40 ประเทศ และใน 40 ประเทศนี้ก็มีหลายประเทศที่เป็นสามชิกกลุ่ม G20 ”

ปูตินยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเถื่อนของกลุ่ม IS ปูตินบอกว่าว่าได้เห็นภาพถ่ายทางอากาศ ทั้งจากเครื่องบินและจากดาวเทียม ที่แสดงให้เห็นว่าปริมาณของการซื้อขายขนถ่ายน้ำมันมีมากน้อยเพียงใด

“ขบวนรถขนน้ำมันมีความยาวถึง 12 กิโลเมตร นี่มองจากความสูง 4,000-5,000 เมตร ก็ยังเห็นเป็นแนวยาวชัดเจน”

สิ่งที่ปูตินอธิบายก็คือ มีหลายประเทศที่สนับสนุน ISIS และก็ได้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการซื้อน้ำมันเถื่อนในราคาถูกจากกลุ่ม ISIS

สิ่งที่ปูตินบรรยาย ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปได้ฟังครั้งแรกคงไม่อยากจะเชื่อ แต่ถ้าลองยกตัวอย่างกรณี เหตการณ์ 9/11 คุณอาจจะประหลาดใจที่ได้ทราบว่า ประชากรครึ่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ไม่เชื่อในสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอ หลายคนเชื่อว่าเหตุการณ์ 9/11 เป็นเรื่องที่ลงมือโดยจากคนภายใน(inside job) หลายคนเชื่อว่า เหตุการณ์ 9/11 เป็นเรื่องธงเท็จ(False Flag) ที่ถูกดำเนินการเพื่อหวังผลในการบุกอิรัก(โดยอ้างว่าอิรักให้การสนับสนุนบินลาเดน และเชื่อมโยงไปสู่เรื่องอาวุธเคมี แต่สุดท้ายก็ไม่มีหลักฐานว่ามีอยู่จริง) โพลหลายแห่งแสดงให้เห็นตัวเลขครึ่งหนึ่งของประชากรอเมริกันรู้เท่าทันเรื่องนี้ ไม่ใช่การเชื่อแบบงมงาย แต่เป็นเพราะมันมีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้

แนวโน้มที่จะเกิดเหตุการณ์แนวๆนี้ขึ้นอีกเรื่อยๆ หลังจากเหตุการโจมตีหลายจุดในกรุงปารีส ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เรียกมันว่า “9/11 แบบฝรั่งเศส” (9/11 French Style) ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า การก่อการร้ายข้ามโลกโดยกลุ่ม IS เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เพราะข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีอยู่คือ กลุ่ม IS ได้รับเงินสนับสนุนจากชาติตะวันตก

โลกกำลังตื่น และมันไม่ง่ายอีกต่อไป ที่จะหลอกลวงสาธารณะด้วยการสร้างภาพเหตุการเรียลลิตี้ และนำเสนอข่าวที่ต้องการผ่านสื่อ และมันมากเกินพอแล้วที่จะยอมให้สื่อตะวันตกมาพูดจาโกหกกรอกหูทุกเมื่อเชื่อวัน คุณเคยสงสัยตัวเองหรือไม่ว่าทำไมต้องเชื่อคนที่นั่งอ่านข่าวในทีวี โดยที่ตัวเราเองยังไม่ตั้งคำถามใดๆเลย