10 ก.ค. 2558 ไขปริศนา!!! ที่หลายฝ่ายโอดโอยว่า…ปี 58 นี้ทำไมแล้งนัก??? พอปะติดปะต่อภาพเพื่อให้เห็นสาเหตุที่แท้จริง กลับพบว่าภัยแล้งอันหนักหน่วงปีนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่ฝนทิ้งช่วงเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่ง เพราะแท้จริงแล้วเรื่องนี้ “นักการเมือง” ผู้อื้อฉาวต่างหากที่เข้ามายุ่มย่าม และทำให้แล้งจนวันนี้

เรื่องนี้ถูกตั้งข้อสังเกตจากผู้คลุกคลีตีโมงกับเกษตรกรมายาวนานอย่างนายบัญชา อรุณเขต ประธานสภาเกษตรกร จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเปิดเผยอย่างหมดเปลือกว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์วิกฤติแล้วเหลือน้ำอยู่แค่ 3,234 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำเหลือใช้ 384 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 4% เท่านั้น ซึ่งหากไม่มีฝนตกบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำในอ่างก็จะเหลือใช้งานเพียง 22 วันเท่านั้น ถือหนักหนาสาหัสเกินคำว่า “วิกฤติ” ด้วยซ้ำ ซึ่งประธานสภาเกษตรฯ อุตรดิตถ์มองว่า วิกฤติแล้งที่กำลังเผชิญอยู่เวลานี้ เกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดตั้งแต่ ปี 2555 หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ เมื่อ ปี 2554 จากรัฐบาลชุดก่อน

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ประธานสภาเกษตรฯ อุตรดิตถ์ระบุว่า เพราะนักการเมืองกลัวว่าหากปี 55 ไม่เร่งระบายน้ำออกก่อน เมื่อฝนมาแล้วน้ำยังเต็มเขื่อนอยู่…คือระบายไม่ทัน น้ำก็จะท่วมใหญ่เหมือนปี 54 อีก
”การระบายน้ำที่มีอยู่ในครั้งนั้นเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2554 ต่อเนื่องมาจนถึง ปี 2555 เป็นการสั่งระบายน้ำแบบไม่เกิดประโยชน์ต่อการอุปโภคบริโภคเหมือนกับการคว่ำโอ่งทิ้ง เพียงเพราะคิดว่าถ้าไม่เร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน จะทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ซ้ำรอยปี 2554 ซึ่งหากไม่มีการสั่งปล่อยระบายน้ำดังกล่าว เชื่อว่าจะไม่เกิดวิกฤติแล้งแบบนี้” ประธานสภาเกษตรฯ อุตรดิตถ์ไขปริศนาที่ทุกคนมัวแต่คิกว่า ภัยแล้งเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ

สอดคล้องกับงานวิจัยของทีดีอาร์ไอในเรื่อง “การระบายน้ำจากเขื่อนในปลายปี 2554 ที่พบว่าสัมพันธ์กับการเมือง” อย่างแยกกันไม่ออก และยิ่งเห็นภาพชัดเมื่อบุคคลระดับ “อธิบดีกรมชลประทาน” ออกมายอมรับในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมาว่า ในปี 2555 มีการสั่งการจาก “ฝ่ายการเมือง” ให้กรมชลฯ ระบายน้ำในเขื่อนทุกเขื่อนลงเหลือ 45%ของความจุเขื่อน จนปริมาณน้ำลดต่ำมากจนเกิดวิกฤติในปัจจุบัน สาเหตุเพราะนักการเมืองกลัวว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยเหมือนวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ซึ่งขณะนั้นกรมชลฯ ได้พยายามทัดทาน และประวิงเวลาการระบายน้ำมาโดยตลอด เนื่องจากการระบายน้ำมากหรือน้อย ต้องดูความเหมาะสมกับสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อน แม้ท้ายที่สุดฝ่ายการเมืองจะยอมรับฟังเหตุผล ให้หยุดการระบายน้ำจากเขื่อนได้ แต่ก็มีการระบายออกไปมากแล้วถึง 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณการระบายน้ำออกที่มากที่สุดในรอบ 15 ปี และนั่นทำให้เราขาดน้ำต้นทุนในเขื่อนต่อมาจนวันนี้

แน่นอน…ไม่มีใครปฏิเสธว่าภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติ แต่แล้งหนนี้…รวมทั้งน้ำท่วมหนก่อน (ปี 2554) ไม่ใช่ภัยธรรมชาติแน่ๆ เพราะงานวิจัยและผลการศึกษาจากทุกสำนักล้วนสรุปตรงกันในประเด็นนี้ …นั่นคือทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของ “นักการเมือง”…ผู้ตื้นเขินทางปัญญาทั้งสิ้น

ขอขอบคุณ Tnews
http://www.chaoprayanews.com