ผู้ใช้งานเฟสบุ๊ก ชื่อ Surachai Srithep‎ ได้โพสร้องเรียนผ่านหน้าเฟสบุ๊กของธนาคารกสิกรไทย ถึงกรณีที่เงินในบัญชีของบิดาเขา ได้ถูกทางธนาคารอายัด ไว้ดังนี้……

ผมขอประนามการกระทำและเรียกร้องความเป็นธรรมจากธนาคารกสิกรไทย ที่ปฏิบัติต่อพ่อผมในฐานะลูกค้าชั้นดีของธนาคารมาโดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปีได้อย่างย่ำแย่เป็นอย่างมากที่สุด โดยอาศัยพื้นที่นี้หน่อยน่ะครับ หากเป็นการรบกวนท่านใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

พ่อผมเป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคารมาหลายสิบปีไม่เคยทำให้เสียเครดิตเพราะพ่อเป็นคนเคร่งครัดเรื่องการรับผิดชอบหนี้สินมาก วันนี้ธนาคารได้ตัดเงินในบัญชีของพ่อไปเกือบ 2 ล้านบาท โดยอ้างว่าเงินในบัญชีเป็นเงินที่พนักงานธนาคารได้ทำการทุจริตกับธนาคารไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ส่งผลให้ตอนนี้พ่อผมเครียดนอนไม่หลับเพราะจู่ๆเงินหายไปจากบัญชีเกือบ 2 ล้าน โดยไม่ทันได้ตั้งตัว พ่อไม่ได้รับการติดต่อพูดคุยให้รู้เลยว่าจะมีการปรับบัญชีเช่นนี้จากเจ้าหน้าที่ธนาคารมาก่อน วันนี้ผมโทรไปสอบถามผู้จัดการสาขาพุนพินกลับได้รับการบอกกล่าวว่าฝ่ายกฎหมายสำนักงานใหญ่เขาให้ทำเช่นนี้ถ้าลูกค้าไม่พอใจก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับธนาคารเอาแล้วกัน

ที่มาที่ไปที่ธนาคารได้นำมาอ้างตัดบัญชีพ่อผม เกิดมาจากเหตุการณ์การทุจริตของพนักงานธนาคารเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พนักงานธนาคารชื่อเล่นชื่อตุ๋ย ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นตำแหน่งอะไร ซึ่งผมเรียกแกว่าน้าตุ๋ยเพราะแกสนิทกับคนในครอบครัวผม และหลายๆคนในหมู่บ้านผมล้วนรู้จักแก ผมไม่รู้ว่าแกเป็นญาติโกโหติกากับพวกเราหรือไม่อย่างไร แต่จำได้ว่าไปธนาคารกสิกรไทยกี่ครั้งมีแกนี่แหละคอยให้บริการด้วยดีมาโดยตลอด ทำรายการฝาก-ถอน ด่วนๆให้เสมอ หรือถ้าเราเร่งรีบไม่อยากรอคิวมีรายการฝากแกแกก็จะจัดการทำให้ด้วยดีมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปี จะเป็นใครไม่ว่าพ่อหรือพวกเราแกก็ดูแลแบบนี้ พวกเราเลยไว้ใจธนาคารนี้มากเพราะคิดว่าบริการดี

จู่ๆวันนึงพ่อได้รับการติดต่อจากธนาคารอ้างว่าน้าตุ๋ยยักยอกเงินธนาคารผ่านบัญชีพ่อและธนาคารได้อายัดบัญชีพ่อไว้ และนอกจากพ่อก็ทราบว่ามีลูกค้าที่โดนธนาคารแจ้งให้ทราบว่าเกิดลักษณะแบบนี้อีกหลายคน พอจะสรุปได้ว่าน้าตุ๋ยยักยอกเงินธนาคารไปหลายล้านและเปิดหนีไปไหนแล้วไม่รู้ แต่ตอนนั้นก็งงๆกันว่าเงินที่น้าตุ๋ยยักยอกไปเป็นเงินธนาคารหรือเงินลูกค้า โดยวิธีการที่ใช้คืออาศัยความสนิทสนมและความไว้ใจมาบอกพ่อว่าแกโอนเงินเข้าบัญชีเกินไปจากรายการ ขอให้พ่อเขียนเช็คถอนเงินคืนให้กับธนาคาร โดยแกเดินเรื่องจัดการให้ คนอื่นก็โดนลักษณะเดียวกัน พ่อก็ตาสีตาสาประกอบกับไม่ได้มีความรู้อะไรจบการศึกษาแค่ป.4 เขาว่าอย่างไรก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยคิดว่าเป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคาร ธนาคารคงไม่ปรักปรำหรือเอาเปรียบพ่อหรอก

พ่อก็ไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับลูกเลยพวกเราเลยไม่ทราบเรื่องว่าธนาคารคุยอะไรกับพ่อบ้างและพ่อได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง พ่อไว้ใจธนาคารมากพ่อคิดว่าผู้จัดการธนาคารคงจะให้คำชี้แนะและช่วยพ่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่หาไม่เลย เพิ่งรู้ว่าพ่อโดนอายัดบัญชีมาตั้งแต่ตอนนั้นประมาณหกแสนบาทไปก่อนแล้วในเบื้องต้น และธนาคารก็กำลังตามจับน้าตุ๋ย กระทั่งถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ล่าสุดที่ธนาคารมาตัดบัญชีพ่ออีกเกือบ 2 ล้าน พวกเราลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนนั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะพ่อไม่เคยพูดถึง คิดว่าทุกอย่างพ่อกับธนาคารคงหาข้อสรุปกันได้แล้ว และพ่อก็ทำธุรกรรมอย่างอื่นกับธนาคารเป็นลูกค้าประจำชั้นดีมาอย่างต่อเนื่อง เท่าที่ผมจำได้เหมือนพ่อไม่เคยขอสินเชื่อซื้ออาคารพาณิชย์ สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อธุรกิจจากธนาคารไหนเลยนอกจากธนาคารกสิกรไทยเพราะพ่อไว้วางใจมาก เราก็เข้าใจว่าพ่อมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารมากเพราะมีการบริการที่ดีต่อกันอย่างปกติตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา

ที่ไหนได้จู่ๆพ่อเข้าไปธนาคารวันนี้ผู้จัดการสาขาพุนพินเอาหนังสือฉบับนี้ให้พ่อและบอกพ่อว่าลุงเข้ามาพอดี ดีเลยว่าจะส่งไปรษณีย์ไปให้ที่บ้านอยู่ พ่อตกใจมาก ผมเข้าใจว่าพ่อนึกไม่ถึงว่ามันจะลงเอยอย่างนี้เพราะธนาคารไม่เคยคุยกับพ่อเลยเรื่องความคืบหน้าของคดีทุจริตของพนักงานว่ามันเกี่ยวข้องกับพ่อลักษณะไหนอย่างไร หรือพ่อจะต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรถ้าตามจับพนักงานไม่ได้ พ่อไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน พ่อคงคิดว่ามีอะไรธนาคารคงเรียกคุย ด้วยความไว้วางใจธนาคารนี้เป็นที่สุด

พอเหตุการณ์เกิดขึ้นพวกเราก็ลำดับเรื่องราวว่าธนาคารได้ตัดสินใจมาปรับเอาจากบัญชีพ่อเอาดื้อๆคงเป็นเพราะการดำเนินคดีกับพนักงานที่ทุจริตคงใกล้หมดอายุความแล้วจะทำให้ธนาคารต้องเสียเงินไปเปล่าๆ ตัดเอากับลูกค้านี่แหละลูกค้าไม่พอใจก็ให้ลูกค้าไปฟ้องร้องเอาคืนเอา กว่าการต่อสู้คดีระหว่างลูกค้าเพื่อขอเงินคืนกับธนาคารจะจบก็คงอีกหลายปี แล้วถ้าลูกค้าตาสีตาสาไม่รู้เรื่องรู้ราวธนาคารก็ไม่ต้องเสียเงินนั้นไปฟรีๆ ธนาคารทำแบบนี้มันเหมาะสมไหม นี่น่ะหรือการปฏิบัติของธนาคารกับพ่อซึ่งเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมของธนาคารด้วยดีมาโดยตลอด แล้วระหว่างต่อสู้คดีพ่อต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเองอย่างนั้นหรือ มาทำอย่างนี้เอาในระยะเวลาไม่กี่วันจะหมดอายุความและก่อนวันสิ้นปีแค่วันสองวันโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า คดีจะขาดอายุความหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พ่อจะไปทำอะไรทันหรือในการเรียกร้องขอความเป็นธรรมหรือฟ้องร้องเอาผิดก่อนคดีขาดอายุความ กลายเป็นพ่อเป็นผู้ถูกกระทำแทนและพนักงานที่ทุจริตพ้นคดีไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอย่างนั้นหรือ ถ้าเรารู้กันว่าจะลงเอยอย่างนี้ครอบครัวเราโดยเฉพาะผมคงตกลงทำธุรกรรมขอสินเชื่อธุรกิจกับสินเชื่อบ้านร่วมๆ 20 ล้าน หรือประกันชีวิตกับธนาคารนี้มาหมาดๆเมื่อ 5-6 เดือนที่ผ่านมาอีกเป็นแน่ หุ้ย!!! อยากสบถด้วยถ้อยคำที่หยาบคายกว่านี้

ใครมีทนายความดีๆ หรือมีคำแนะนำเกี่ยวกับคดีอย่างไร รบกวนแนะนำหน่อยน่ะครับ
โทร.081-676-1333 หรืออีเมลล์ [email protected]
สุรชัย ศรีเทพ