23 ข้อคิด ชีวิตพุ่งกูรูการตลาดระดับประเทศ อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย
1.ความเป็นมา : อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ชื่อเดิม สุจิต ปัจจุบันอายุ 52 ปี จบการศึกษา ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

2.จุดเริ่มต้น : ในอดีตมีโอกาสเข้ามาอยู่ในสายงานสื่อสารมวลชน นักข่าว นักจัดรายการวิทยุ แปลหนังสือ เขียนข่าวคอลัมน์การตลาด สัมภาษณ์นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ จากจุดนั้นทำให้ดูดซับความรู้จากนักธุรกิจ แล้วนำมาวิเคราะห์ หาข้อมูล นำเสนอสู่สาธารณชน หล่อหลอมให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และก้าวเข้ามาเป็นกรรมการรายการทีวี พิธีกรรายการทีวี วิทยากร อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย จนถึงปัจจุบัน

3.อาชีพ : ถ้าถามว่าผมทำอาชีพอะไร ตัวผม คือ บริษัท (Company) สินค้าผม คือ ความรู้ (Knowledge) ความรู้ผมไปอยู่บนวิทยุ ทีวี หนังสือเล่ม จัดสัมมนา สอนหนังสือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเป็นเขาเรียก นักบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management) หรือคำที่ฮิตกันสมัยนี้เรียกว่า Infopreneur

4.การตลาดในสายเลือด : อย่าบอกว่าคุณไม่ได้เรียนการตลาด ไม่รู้เรื่องการตลาด เพราะการตลาด มันคือ สามัญสำนึก (Common sense) มันอยู่ในตัวคุณอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณเห็นหรือไม่

5.หาจุดแข็ง : คนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมาจากการสร้างจุดแข็งให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก หาใช่มาจากการสร้างจุดอ่อนให้แข็งแกร่งไม่

6.ฝึกฝนการพูด : สิ่งที่ทำให้เป็นคนฝีปากกล้า พูดเก่ง สไตล์ขวานผ่าซาก สมัยเรียนมัธยมชอบพรีเซ็นต์หน้าห้อง ตอนมหาวิทยาลัยเข้าชมรม ส่งเสริมศิลปะการพูด ทำให้มีโอกาสได้ฝึกฝนด้านการพูดจนเชี่ยวชาญ เพราะผมเชื่อว่า ต่อให้เก่งมากแค่ไหน แต่ถ้าสื่อสารให้คนฟังไม่เข้าใจ ก็ไร้ประโยชน์

7.สูตรสำเร็จ : คนทำธุรกิจในอนาคต คือ (สูตร ½ x 2 x 3)

½ คือ ในอนาคตจำนวนแรงงาน จะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งในปัจจุบัน
2 คือ แรงงานที่ทำงานอยู่เดิม ต้องทำงานมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า
3 คือ ประสิทธิผล หรือ ผลลัพธ์ ของการทำงานต้องได้เป็นสามเท่า
สิ่งสำคัญ คือ ผลตอบแทนที่จูงใจพนักงานมากพอหรือไม่
เพราะในอนาคตเด็กรุ่นใหม่ จะทำงานประจำน้อยลง หันไปทำงานไม่ประจำกันมากขึ้น
8.กลุ่มลูกค้า : พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ดูทีวีน้อยลง อยู่ในโลก Social เพิ่มมากขึ้น รายการทีวี ละคร ซีรีย์ เรื่องดราม่า คลิป ดูย้อนหลังเป็นส่วนใหญ่ ถ้าคุณจะทำธุรกิจ จะลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ ควรเลือกสื่อที่อยู่ในชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมาย เช่น Facebook Instagram , Twitter , Google Adword , LINE ฯลฯ

9.Key : หัวใจของธุรกิจ คือ ‘การตลาด’ หัวใจของการตลาด คือ ‘แบรนด์ดิ่ง’ ผู้บริโภคในปัจจุบันจะเลือกซื้อที่ความ ‘คุ้มค่า’ มากยิ่งขึ้น ไม่ได้ซื้อที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียวเหมือนอดีต ตัวอย่างเช่น ชาเขียวแจกรถยนต์ แจกเงินล้าน ลุ้นตั๋วชมฟุตบอลโลก

10.การตลาด 360 องศา : เสน่ห์ของการตลาด คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ทุกอย่างมันคือการตลาด ทำให้ผมไม่มีวันเบื่อ อยู่กับศาสตร์ด้านการตลาดไปได้ชั่วชีวิต

11.รู้ว่าเราเก่งด้านไหน : บางคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้เล่น บางคนเกิดมาเพื่อเป็นกุนซือ บางคนเกิดมาเพื่อเป็นโค้ช บางคนเกิดมาเพื่อเป็นที่ปรึกษา นี่แหละคือสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด เพราะมันคือจุดแข็งของผม

12.ปิดทองหลังพระ : หลายคนถามผมว่า เก่งการตลาดขนาดนี้ ทำไมไม่ทำธุรกิจเองเลย ผมตอบเขาว่า ผมเปรียบเสมือนออกซิเจน คือ ผมช่วยจุดติดไฟให้คนอื่นได้ แต่ลำพังตัวเอง ไม่ติดไฟ ความภาคภูมิใจของผมคือ การที่ผมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสมการความสำเร็จในธุรกิจคุณ

13.ดาราหน้ากล้อง : ฉากหน้ารายการทีวี มันคือการแสดง ผมมีหน้าที่ทำให้รายการดูมีสีสัน สนุกสนาน น่าติดตาม คุณคงไม่ชอบ ถ้าผมจะพูดเบาๆ ช้าๆ เออ… ขออนุญาตนะครับ ไม่ทราบว่า ทำมากี่ปีแล้วครับ ขออภัยนะครับ ธุรกิจคุณขายอะไรครับ ขายให้ใครดีครับ แบบนั้นน่าเบื่อแย่

14.Passion : สโลแกนผม คือ ทำในสิ่งที่ชอบ เลือกในสิ่งที่ใช่ หมายความว่า คนเราถ้าทำในสิ่งที่ชอบ มีแรงปรารถนา อันแรงกล้า เวลาทำงานอะไรก็ตามจะเหมือนไม่ได้ทำงาน

15.Style ขาโหด : เอกลักษณ์ผม คือ เสียงดังฟังชัด เน้นเสียง เน้นคำพูด เน้นหน้าตาดุดัน แต่ผมไม่ได้โหดตลอดเวลา โหดเฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น

16.ว่ากันด้วยเรื่องค่าตัว : เรทปัจจุบันผมอยู่ที่ ชั่วโมงละ 30,000 บาท กลยุทธ์การตั้งราคาของผมคือ ตั้งราคาให้สูงกว่าคนทั่วไปที่ลูกค้าไม่รู้จัก หรือ ไม่ดังเท่าเรานิดนึง ถ้าลูกค้าซื้อมากกว่าหนึ่งชั่วโมงมีส่วนลดให้ เช่น สองชั่วโมง 45,000 ไม่ใช่ 60,000 ผมชอบใช้กลยุทธ์ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ

17.สัมภาษณ์งานครั้งแรก : ผมเรียนมาทางด้านรัฐศาสตร์ แต่คุณสมบัติที่เขารับสมัครคือ ต้องการคนมีประสบการณ์ในสายงานทำข่าว ผมแก้ปัญหาด้วยการ จัดโปรโมชั่นขอทำงานฟรี 3 เดือน (คิดในใจถ้าทำงาน 3 เดือนแล้ว ยังไม่ยอมให้เงินเดือน เราก็สามารถเอาประสบการณ์ไปหางานที่ใหม่ได้) ผลสุดท้ายปรากฏว่า เขายอมรับผมเข้าทำงาน และให้เงินเดือนด้วย

18.ความหวังดี : ผมทำหน้าที่กรรมการในรายการ SME ตีแตก ผมไม่ต้องการให้คุณมาชอบผม แต่ผมต้องการให้ธุรกิจคุณดีขึ้น สิ่งที่ผมพูด ผมแนะนำ ผมจี้ เพื่อชี้ไปที่จุดอ่อนธุรกิจคุณ ซึ่งคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ปรับปรุงหรือไม่ปรับเปลี่ยนก็ได้

19.จุดอ่อน : ถ้าจับผมมัดมือ มัดเท้า แล้วสัมภาษณ์เรื่องการตลาด ผมจะพูดไม่ถนัด เพราะผมชอบออกท่าทางในการพูด จุดอ่อนของผม คือ พูดเก่ง ทำไม่เก่ง (สารภาพตรงๆ)

20.ใครก็ดังได้ : คุณสามารถปั้นตัวเองให้ดังได้ด้วยการตลาด เพราะการตลาด คือ การหาความต้องการลูกค้าให้เจอ แล้วสนองตอบความต้องการนั้น ยึดหลักแตกต่าง มีคุณค่า ได้ประโยชน์ สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง คุณจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ

21.ธุรกิจแนะนำ : ถ้าคุณต้องการทำธุรกิจ สร้างธุรกิจรับ AEC ผมแนะนำ ธุรกิจความงาม ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจเกี่ยวกับเด็ก ธุรกิจดูแลผู้สูงวัยและคนวัยทำงานให้มีความสุข

22.ปณิธาน : จุดมุ่งหมายในชีวิตผม คือ ถ่ายทอดความรู้ให้นักธุรกิจ SME ประสบความสำเร็จมากที่สุด และสามารถสู้กับนักธุรกิจ SME ในต่างประเทศได้

23.ฝากข้อคิด : การตลาดยุคปัจจุบันมีทั้งสายขาว สายเทา สายดำ ผู้บริโภคยุคใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ควรฉุกคิดสักนิด สำรวจข้อมูล ดูรีวิวแท้ ไม่ใช่รีวิวเทียม อย่าเชื่อโฆษณาที่บอกว่าดี อย่าเชื่อการตลาดที่ล่อให้คุณ ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ หาข้อมูลให้รอบด้าน และตัดสินใจด้วยตัวคุณเองดีที่สุด

ถ้าคุณเป็น “สิงโต” ต้องวิ่งเร็วกว่ากวาง ที่วิ่งเร็วที่สุด “จึงจับได้”
ถ้าคุณเป็น “กวาง” ต้องวิ่งเร็วกว่าสิงโต ที่วิ่งเร็วที่สุด “จึงรอด”
—————————————–
ทำธุรกิจ อย่าทำตัวเป็น “ตลาดสด”
จงทำตัวเป็น “ตลาดนัด”
“ตลาดสด” มีแต่เจ๊ง เพราะรอให้คนมาซื้อ
แต่ “ตลาดนัด” มีคนที่ไหน ตั้งตลาด มีคนที่ไหน ตั้งตลาด
พอตลาดวาย ก็เปลี่ยนที่ตั้ง “ตลาดนัด” จึงไม่มีวันเจ๊ง