รวบ 2 แท็กซี่มหาภัย ชิงทรัพย์-ขืนใจ ผู้โดยสาร รายแรกตระเวนหารับคนเมาจากสถานบันเทิง ก่อนขับออกนอกทางแล้วข่มขู่ชิงทรัพย์ ทำมาเพียบได้มือถือยี่ห้อดังนำไปขาย ล่าสุดลงมือกับสาวนักดื่มแล้วนำบัตรเครดิตเหยื่อไปรูดเติมน้ำมันจนตำรวจได้ เบาะแสจากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันตามไปรวบ อีกรายฉวยโอกาสสาวผู้โดยสารเมาหลับในรถพาเข้าม่านรูดขืนใจ แต่ก็หนีไม่รอดเพราะวงจรปิดจับภาพไว้ชัดเจน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมพล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.เอนก ไพรศรี ผกก.สน.ดินแดง พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ รองผกก.สส. พ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมโชเฟอร์แท็กซี่ 2 รายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์และขืนใจผู้โดยสารรวม 2 คดี

คดีแรก จับกุมนายจีระวัฒน์ สิงโสดา อายุ 36 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 28 ม.6 ต.คำผง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยอุดมสุข 22 แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเสื้อยืดคอปกสีเขียวลายขวาง 1 ตัว สร้อยเงิน 1 เส้น กระเป๋าหนังแบบผู้หญิงสีดำ 1 ใบ แหวนเงิน 1 วง บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต และเอกสารประจำตัวของผู้เสียหาย

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง ว่าถูกคนร้ายเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ก่อเหตุชิงทรัพย์ด้วยการข่มขู่ ขณะกำลังโดยสารมาที่บริเวณซอยบุญชูศรี แขวงและเขตดินแดง คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าผู้หญิงแบบหนัง สีดำ ภายในมีเงินสด 7,000 บาท สร้อยเงิน แหวนเงิน บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารสำคัญหลายรายการ โดยผู้เสียหายสามารถจดจำรูปพรรณคนร้ายได้เป็นชายสวมเสื้อยืดคอปกลายขวางสี เขียวคาดขาว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ดินแดง ได้เบาะแสคนร้ายนำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปรูดจ่ายค่าน้ำมันและน้ำมัน เครื่อง ที่ ปั๊มน้ำมันย่านถนนราชพฤกษ์ และถนนกัลปพฤกษ์ รวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 9,850 บาท จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบคนร้ายคือนายจีระวัฒน์ ขับรถแท็กซี่สีชมพูคาดน้ำเงิน ทะเบียน ทศ 8664 กรุงเทพมหานคร จึงสืบสวนกระทั่งจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการ สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ตระเวนรับเหยื่อตามสถานบริการ ยามค่ำคืน ตามย่านสุขุมวิท เนื่องจากแต่ละรายจะอยู่ในอาการมึนเมาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จากนั้นพาขับออกนอกเส้นทางไปตามเส้นทางเปลี่ยวลับตาผู้คน ก่อนข่มขู่บังคับให้ มอบทรัพย์สินของมีค่าแล้วขับหลบหนีไป ทรัพย์สินจำนวนหนึ่งจะนำไปขายให้ร้านรับซื้อภายในตลาดห้วยขวาง ก่อนนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว สำหรับน้ำมันที่ซื้อมาตั้งใจเก็บไว้เติมรถแท็กซี่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทาง

นายจีระวัฒน์สารภาพอีกว่า เคยก่อเหตุมาแล้วทั้งหมด 9 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2558 ผู้เสียหายเป็นชายชาวญี่ปุ่น รับจากแยกอโศกมนตรี ได้โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 1 เครื่อง แว่นตาไซโก สีน้ำตาล พร้อมกล่อง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2558 ผู้เสียหายเป็นชายไทย รับจากบริเวณเยื้องสถานทูตอเมริกา ได้โทรศัพท์มือถือซัมซุง เพาเวอร์แบงก์ และสายชาร์จ ส่วนที่เหลืออีก 7 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์ไอโฟน โดยจะนำไปขายในราคาประมาณ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุยักยอกทรัพย์ใน พื้นที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ฝากเตือนไปยังประชาชนที่ต้องใช้บริการแท็กซี่ในช่วงเวลาดึกว่า ควรใช้ความระมัดระวังให้มาก เพราะผู้ต้องหาเหล่านี้จะเลือกเหยื่อที่ดื่มสุราจนขาดสติไม่สามารถช่วยตัว เองได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้หญิงมาคนเดียวยิ่งง่ายต่อการก่อเหตุเป็นอย่างยิ่ง และขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายให้เข้ามาดูตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนิน คดีเพิ่มได้ที่ สน.ดินแดง

ส่วนอีกคดีจับกุมนายอาคม ชินดา อายุ 39 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 113 ม.1 ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ จ.150783/2559 ลงวันที่ 14 ม.ค. 2559 ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมรถแท็กซี่โตโยต้า สีส้ม ทะเบียน ทร 4119 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมตัวที่กลางซอยตลาดขวัญพัฒนา แขวงและเขตดินแดง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ประพจน์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. รับแจ้งจากหญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่งว่าถูกขืนใจในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสาม เหลี่ยมดินแดง จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุดื่มกินจนเมามาย และโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งมาจากย่านซอยนานา ให้ไปส่งที่ย่านพระโขนง เมื่อขึ้นรถมาได้สักพักก็หลับไป มารู้ตัวอีกทีพบว่าอยู่ในโรงแรมดังกล่าวแล้ว

เมื่อเจ้า หน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในโรงแรมดังกล่าว พบรถแท็กซี่คัน ดังกล่าวขับเข้ามาภายในโรงแรม จากนั้นสืบทราบว่ามีนายอาคมเป็นคนขับ จึงขออนุมัติหมายศาลจับ กระทั่งตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1453086414