เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้พบว่าหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดน้ำในการทำการเกษตร แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงพยายามทำการเกษตรปลูกพืชหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริม เนื่องจากว่างเว้นจากการทำนาปี แต่บางพื้นที่ไม่สามารถทำนาปรังได้ เพราะไม่มีระบบชลประทานเข้าถึง ต่างพยายามพลิกวิกฤติหันทำอาชีพการเกษตร เกี่ยวกับการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ทำให้เกษตรทางเลือกใหม่กลายเป็นที่สนใจ และเป็นทางเลือกให้เกษตรกร ทำการเกษตรสร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง โดยไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น

เช่นเดียวกันกับ ครอบครัว นางทองใบ อินทุรัตน์ อายุ 49 ปี เกษตรกรชาว บ.จอมมณี ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ได้มีการทดลองทำการเกษตรทางเลือกใหม่ จนประสบความสำเร็จสร้างรายได้เป็นอย่างดี เป็นปีที่ 2 ในการทำอาชีพปลูกพืชใช้น้ำน้อย ปลูกพริกพันธุ์แอปเปิล เก็บเมล็ด ส่งขายต่างประเทศ โดยใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 4-5 เดือน สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ในราคากิโลกรัมละ ประมาณ 6,500 บาท

ที่สำคัญยังเป็นพืชการเกษตรใช้น้ำน้อย เหมาะแก่การปลูกในช่วงหน้าหนาว หรือช่วงฤดูแล้ง สามารถเก็บผลผลิตได้ในระยะสั้น ประมาณ 4-5 เดือน ในช่วงว่างเว้นจากการทำนาปี พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็สามารถทำนาปีต่อในช่วงหน้าฝน สามารถทำเงินสร้างรายได้ปีละ ประมาณ 2 แสนบาท และมีต้นทุนต่ำ ประมาณ 20 -30 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

โดย นางทองใบ อินทุรัตน์ อายุ 49 ปี เกษตรกรชาว บ.จอมมณี ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม กล่าวว่า สำหรับการปลูกพริกแอปเปิล ถือเป็นเกษตรทางเลือกใหม่ ที่ตนได้ศึกษาจากคนรู้จัก และมีทางบริษัทเข้ามาแนะนำส่งเสริมการปลูกเป็นปีที่ 2 จึงทดลองปลูกในพื้นที่นาประมาณ 2 งาน จำนวนประมาณ 2,000 ต้น ทำการไถพรวนดินยกร่อง เป็นแปลง คลุมดินด้วยพลาสติกใส ป้องกันวัชพืช

ก่อนขุดหลุมนำเบี้ยต้นกล้าพริกพันธุ์พื้นบ้าน ที่เพาะกล้าไว้ ประมาณ 2 สัปดาห์ มาปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นต้นแม่ เนื่องจากพริกพื้นบ้านจะมีความแข็งแรง ทนทานต่อโรคพืช และมีการดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ย ให้ต้นพริกพันธุ์พื้นบ้าน ประมาณ 1 เดือน จะนำเอาพริกพันธุ์แอปเปิล ที่เราเพาะพันธุ์ไว้ มาทำการเสียบยอด ตามขั้นตอนที่เราศึกษา และทางบริษัทแนะนำมา ซึ่งจะต้องใช้ยาฆ่าเชื้อป้องกันเชื้อราด้วย

จากนั้นพอต้นพริกแข็งแรงเจริญเติบโต ประมาณเดือนที่ 2 มีการออกดอก จะมีการนำเกสรตัวผู้ มาผสมตามขั้นตอนที่ศึกษามา และปล่อยไว้จนกว่ามีการออกผล ใช้เวลาการดูแล ประมาณ 4-5 เดือน เฉลี่ยจะออกผลประมาณ 5-6 ลูกต่อต้น จนสุกได้ที่ จะมีการเก็บผลพริกแอปเปิล ไปเจาะเอาเมล็ดพันธุ์ และนำมาแช่น้ำยาฟอกขาย เพื่อทำการคัดเอาเมล็ดพันธุ์ที่ลอยน้ำออก จะเลือกเอาแต่เมล็ดที่จมน้ำ เป็นการคัดคุณภาพ

ขั้นตอนสุดท้ายคือนำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 2 วัน ก่อนนำชั่งกิโลขาย ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 6,500 บาท เฉลี่ยผลผลิตในพื้นที่ 2 ไร่ จะได้เมล็ดไม่ต่ำกว่า 40 กิโลกรัม ในระยะเวลาประมาณ 4-5 เดือน สามารถทำเงินได้ประมาณ เกือบ 3 แสนบาท จะมีบริษัทมารับซื้อโดยตรงนำส่งขายต่างประเทศ

ส่วนต้นทุนถือว่าไม่สูง มีเพียงค่าปุ๋ย ค่าพลาสติกคลุมดิน ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะมีบริษัทลงทุนให้ด้วย และมีการประกันราคา ไม่มีความเสี่ยง ที่สำคัญดูแลง่ายไม่ยุ่งยาก ยิ่งอากาศหนาวเจริญเติบโตดี ใช้น้ำน้อย เพียงปล่อยรดให้ได้ความชุ่มชื้น ถือเป็นเกษตรทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี ไม่มีความเสี่ยง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เริ่มหันมาปลูกพริกแอปเปิลช่วงหน้าแล้ง ขายเมล็ดพันธุ์มากขึ้น เพราะรายได้ดี ใช้ระยะเวลาปลูกสั้น ไม่ต้องวิ่งหาตลาดเอง

ที่มา sanook.com